2005/Aug/16

ที่เมืองหนึ่งของประเทศกรีก เคยมีรูปปั้นแกะสลักตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งปัจจุบันนี้ รูปปั้นนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก เหลือเพียงแผ่นจารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูปปั้นยังคงเหลืออยู่.... คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านมา...

คนที่เดินผ่านไปมา : รูปปั้นเอ๋ย ท่านชื่ออะไร

รูปปั้น : ฉันชื่อโอกาส

คนที่เดินผ่านไปมา : ใครเป็นคนแกะสลักท่านขึ้นมา


รูปปั้น: ช่างแกะสลักชื่อ ลีซีปัส

คนที่เดินผ่านไปมา: ทำไมท่านจึงยืนเขย่งเท้า

รูปปั้น : เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม

คนที่เดินผ่านไปมา: แล้วทำไมที่เท้าของท่านจึงมีปีก

รูปปั้น : เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

คนที่เดินผ่านไปมา:แล้วทำไมผมด้านหน้าของท่านจึงยาวอย่างนี้

รูปปั้น : ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย

คนที่เดินผ่านไปมา: แล้วทำไมหัวด้านหลังของท่านจึงล้าน ไม่มีผมแม้แต่เส้นเดียว

รูปปั้น: ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่

เพราะทางด้านหน้าของ "โอกาส"มีผมยาว แต่ด้านหลังนั้นล้านเกลี้ยง ...ดังนั้น เมื่อเราปล่อยให้ "โอกาส" ผ่านไปแล้ว...ก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก...

"โอกาส" จึงเร้าเตือนเราทุกคนว่า... อย่ามาต่อว่าฉัน ว่า ฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย....เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันมาเคาะประตู...แต่เธอกลับไม่อยู่.....ทุกวัน....ฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ...เรียกให้เธอตื่นให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ เพื่อจะได้มาซึ่งสิ่งที่หวัง...

2005/Aug/12

แม่...คำนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน จนยากที่จะเปรียบเทียบได้กับทุกสรรพสิ่งในโลก ดังคำขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้ว่า แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่ามีพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าให้บกพร่องได้ พระคุณของแม่อันประกอบไปด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจเช่นนี้ คงไม่ยากจนเกินไปนัก หากเอ่ยคำว่า รัก ให้แม่ได้ชื่นใจบ้าง เพราะคุณอาจโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ได้เพียงแต่รำลึกถึงพระคุณแม่ผ่านภาพและเงาที่ตราตรึงไว้ในความทรงจำเท่านั้นว่า ลูกรักแม่

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว


สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย...

ชื่อ : มะลิ มะลิลา มะลิหวง มะลิซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อพฤกษศาสตร์ : Jusminum Adennophyllum

วงศ์ : OLEACEAE

ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม่พุ่มยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออก

เป็นคู่ไปตามก้านต้น ลักษณะใบป้อมมน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบไม่มีหยัก ผิวใบเรียบสีเขียวเข้ม

เป็นมัน ใบยาว 2-3 นิ้ว มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อตามปลายยอดหรือปลายกิ่งประมาณ 3-5 ดอก แล้วแต่

ชนิดพันธุ์ ดอกมีสีขาว กลิ่นหอม มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี

การขยายพันธุ์ : เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัดหรือกลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือ

ตอนกิ่ง

สรรพคุณทางยา : มะลินอกจากจะมีกลิ่นหอมไว้ดมแล้ว มะลิดอกแห้งใช้ปรุงเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี

2005/Jul/24

เขียนตัวหนังสือผอม

สำหรับคนที่เขียนตัวหนังสือที่มีลักษณะผอมสูงจนสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนนั้น อุปนิสัยมักจะเป็นคนที่มีความอ่อนไหว จิตใจเปราะบางมาก ชอบใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสบายๆ ที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก และค่อนข้างจะเป็นคนที่เก็บตัวอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่ค่อยสนใจหรือเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ออกจะขี้อายไม่มีความมั้นใจใจตัวเองนัก ทั้งยังถือสาในคำพูดของคนอื่นที่มีต่อตนเอง คนรอบข้างจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตสูง ขี้อายไม่มีความมั่นใจในตัวเองนักทั้งยังถือสาในคำพูดของคนอื่นที่มีต่อตนเองคนรอบข้างจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตสูง

เขียนตัวหนังสือบาง

คนที่เขียนตัวหนังสือบางนั้นมีความแตกต่างจากตัวหนังสือแบบผอมสูง เพราะตัวหนังสือบางหมายถึงเส้นที่เขียนจะเบาไม่มีความหนักแน่นชัดเจน ส่วนอุปนิสัยของคนที่มีลายมือแบบนี้บ่งบอกถึงการเป็นคนที่ช่างคิด จนออกไปทางการเป็นคนคิดมาก แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ติดจะขี้อายพอสมควรทีเดียวให้พูดหรือแสดงออกท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก มักจะไม่ประสบผลสำเร็จแต่จะชอบทำในสิ่งที่คุ้นเคยอยู่เสมอ ๆ

เขียนหนังสือตัวหนัก
สำหรับข้อนี้หมายถึงตัวหนังสือที่เวลาเขียนผู้เขียนจะกดเส้นลงหนักมากส่งผลให้ตัวหนังสือมีความชัดเจนเป็นอย่างดี ส่วนอุปนิสัยของคนที่มีลายมือลักษณะนี้จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความสามารถด้วยเช่นกันจึงไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากนักแต่จะเป็นคนที่สามารถวางแผนและจัดการทุกเรื่องอย่างเป็นระบบระเบียบเสมอมักมีเป้าหมายในชีวิตและค่อนข้างจะคาดหวังในชีวิตมากชอบการเป็นคนโดดเด่นและมีความสำคัญ

เขียนตัวหนังสือโต
ตัวหนังสือตัวโตหมายถึงตัวหนังสือที่มีขนาดใหญ่แต่จะมีขนาดของตัวอักษรที่สมดุลย์พอดีกันอย่างสม่ำเสมอทุกตัวสำหรับอุปนิสัยของคนที่มีลายมือเช่นนี้ บ่งบอกถึงการเป็นคนใจกว้าง มีน้ำใจไมตรีสามารถเข้าได้กับคนทุกระดับ ชอบการมีคนรักใคร่ชอบพอมาก ๆและมีความสามารถในการควบคุมสถานการณ์อันคับขันเพราะจะเป็นคนที่มีความหนักแน่นเยือกเย็นอยู่เสมอนอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความรอบคอบถี่ถ้วนและไม่ชอบให้เกิดสิ่งที่ผิดพลาดกับตัวเองอีกด้วย

เขียนตัวหนังสืออ้วน
คนที่เขียนตัวหนังสือมีขนาดความกว้างมากกว่าความยาว อุปนิสัยนั้นบ่งบอกถึงการเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่เล่ห์เหลี่ยมใด ๆ กับใครทั้งสิ้นทั้งยังเป็นคนใจอ่อน ใจดีชอบช่วยเหลือเอื้อเฟื้อคนนั้นคนนี้อยู่เสมอจนบางทีตัวเองถึงกับเดือดร้อนอยู่บ่อย ๆ และเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องใดสักเรื่องจะมีความลังเลใจสูงทำให้คนที่ไม่ชอบรับผิดชอบเรื่องใหญ่ ๆที่ต้องใช้การตัดสินใจแบบเด็ดขาดแต่มักได้รับความเอ็นดูจากคนใกล้ชิดเสมอ

เขียนตัวหนังสือหวัด
สำหรับคนที่ลายมือหวัดเขียนตัวหนังสือติดพันกันแทบทุกตัวบ่งบอกถึงอุปนิสัยของการเป็นนักคิดนักวางแผนที่ดีแต่ถ้าให้ลงือปฏิบัติเองมักไค่อยประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมากและมองการณ์ไกลทั้งยังมีอุดมการณ์ที่สูงส่ง แต่มักเป็นคนที่ไม่ชอบเปิดเผยตัวเองนักชอบอยู่ในโลกส่วนตัวและหมกมุ่นทำในสิ่งที่ชื่นชอบครั้งละนาน ๆในบางครั้งจะเป็นคนที่ใจร้อนกับเรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยคาดคิดหรือคิดไม่ถึง

ตัวหนังสือโย้เย้
คนที่เขียนตัวหนังสือเดี๋ยวตัวโตเดี๋ยวตัวเล็กไม่มีความสม่ำเสมอกันเลยนั้นบอกถึงนิสัยของการเป็นเด็กไร้เดียงสา และไม่ค่อยคิดอะไรที่ซับซ้อนนักและยังชอบตามใจตัวเอง โดยไม่ค่อยคำนึงถึงจิตใจคนอื่นสักเท่าไรแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ใจกว้าง เปิดเผย ยอมรับความคิดของคนได้ง่ายแต่มักจะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่เอาจริงเอาจังหรือลึกซึ้งกับสิ่งใดมากนักโดยเฉพาะถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตนชอบหรือสนใจและยังไม่ใช่คนที่มีเหตุผลอะไรเลย

เขียนหนังสือเป็นระเบียบ
คนที่เขียนหนังสืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เท่ากันทุกวรรค ทุกตอนบ่งบอกถึงนิสัยที่เป็นคนเอาจริงเอาจังกับการทำงานและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็นแม้ว่าจะมีความแตกต่างจากคนอื่นโดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรกับตน ทั้งยังเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงและไม่ใช่คนที่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆจะมีความอดทนได้ยาวนานจนน่าประหลาดใจกับสิ่งที่ตนมุ่งมั่นนอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความมั่นคงในจิตใจสูงมาก จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรง่ายๆถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายมากนัก

เขียนตัวหนังสือเฉียงขึ้น
คนที่เขียนหนังสือโดยตัวหนังสือจะค่อย ๆ เฉียงขึ้นทุกทีนั้นบ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในชีวิตสูงมากและมีความอดทนพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะค่อย ๆไต่เต้านำพาชีวิตของตนให้ไปสู่จุดสูงสุดที่มั่นคงปลอดภัยและเหนือกว่าคนอื่ทั้งยังเป็นที่ให้ค่ากับเรื่องของวัตถุค่อนข้างมากแต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่ยื่นอยู่บนความเป็นจริงของชีวิตไม่มีความซับซ้อนอะไรมากนัก สิ่งใดถูกก็คือถูกและผิดก็คือผิดและจะเชื่อมั่นในความคิดเช่นนี้โดยไม่สนใจรายละเอียดใด ๆ

เขียนตัวหนังสือเฉียงลง
ส่วนคนที่เขียนตัวหนังสือในลักษณะที่ทะแยงลงจากระดับของบรรทัดนั้นมักเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ในวันนี้หรือในปัจจุบันมากกว่าที่จะคิดคำนึงไปถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและมีความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ชอบใช้ชีวิตแบบง่าย ๆไม่มีระเบียบแบบแผนอะไรมากนัก ทั้งยังไม่ใช่คนที่ทะเยอทะยานอะไรเลยแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ชื่นชมชีวิต มีความสุขได้จากทุกสิ่งรอบตัวและมีน้ำใจเข้ากับผู้คนได้ทุกระดับ และยังชอบหยิบยื่นมิตรภาพแก่ทุกคน

เขียนตัวหนังสือเป็นเหลี่ยม
ส่วนคนที่เขียนตัวหนังสือมีลักษณะเป็นเหลี่ยมเป็นมุมอย่างชัดเจนนั้นบ่งบอกถึงนิสัยที่เชื่อมั่นในความคิดของตนอย่างรุนแรง จนออกไปทางคนที่แข็งกระด้างและไม่ยอมรับความคิดของใครโดยง่ายนอกจากนี้ยังเป็นคนที่เอาจริงเอาจังเคร่งเครียดไปเสียแทบทุกเรื่องทั้งยังเป็นคนเจ้าระเบียบมองโลกแต่ในแง่ร้าย ทำให้หวาดระแวงคนง่ายไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตเท่าที่ควร

เขียนตัวหนังสือมน
ส่วนคนที่เขียนตัวหนังสือออกมาทางมน ๆ กลมๆ นั้นบ่งบอกถึงนิสัยของการเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ชอบแสวงหาความรื่นรมย์ให้ชีวิตทั้งยังเป็นคนใจดี ใจอ่อน ชอบการรับใช้บริการ และตามอกตามใจคนรอบข้างนอกจากนี้ยังเป็นคนที่ปรับตัวเก่ง สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เร็วทั้งยังเป็นคนที่มีความอิสระในตัวเองสูงไม่ชอบการโดนจำกัดให้อยู่ในกรอบความคิดใดความคิดหนึ่งเท่านั้นจึงสามารถยอมรับความคิดของคนได้โดยง่าย

เขียนตัวหนังสือเล่นหาง
สำหรับคนที่เขียนตัวหนังสือที่ลักษณะตวัดมีหางมาก ๆ นั้นบ่งบอกถึงนิสัยของการเป็นคนช่างฝัน และโรแมนติค ชอบในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆจนดูเหมือนคนเจ้าชู้ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่อารมณ์ปรวนแปรรวดเร็วมีความต้องการในเรื่องของรูป รส กลิ่น เสียงสูง ชอบชีวิตที่มีสีสันหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจอยู่เสมอ ชอบการพบปะกับผู้คนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีแต่เป็นที่ไม่ระเบียบแบบแผนในชีวิตเท่าที่ควร